ซื้อรถอย่างไรไม่เสียเปรียบ
รถใหม่ป้ายแดงหรือรถมือสองที่ทำสัญญาซื้อ-ขายกับบริษัทไฟแนนซ์หรือลิสซิ่งธุรกิจให้เช่าซื้อรถทั้งหลายที่
เปิดดำเนินการอยู่มากมาย มักจะเกิดเป็นกรณีพิพาทกับลูกค้าที่นำรถเข้าไปใช้บริการอยู่ตลอด โดยเฉพาะใน
เรื่องของข้อสัญญา ที่บิดเบือนจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับ พ.ศ.2541 สคบ.ซึ่งเป็นหน่วยงาน
ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้รถที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการเช่าซื้อรถกับบริษัทเหล่านั้นแล้วถูกเอาเปรียบจึง
ได้ออกประกาศให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์-จักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่
1 กันยายน 2543
แต่กระนั้นก็ยังเกิดกรณีพิพาทร้องเรียนเกี่ยวกับผู้เช่าซื้อและผู้ให้เช่าซื้ออยู่ตลอด ต่อไปนี้คือข้อสัญญาที่ผู้เช่า
ซื้อรถ จำเป็นต้องรู้มานำเสนอในประเด็นสำคัญๆ เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจตรงกันทั้งในส่วนของผู้ให้เช่าซื้อ
และผู้เช่าซื้อหรือเรียกง่ายๆว่า เจ้าของรถกับบริษัทไฟแนนซ์
พระราชกฤษฏีกากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุม สัญญาและลักษณะของสัญญา
พ.ศ.2542 ได้ออกประกาศให้ธุรกิจให้เช่าซื้อ รถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดยใน
ข้อสัญญาจะต้องระบุชัดเจน ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ชำระเงินค่าธรรมเนียม ค่าภาษีอากรหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่
ผู้เช่าซื้อนำเงิน ดังกล่าวมาชำระภายในเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และผู้ให้เช่าซื้อประสงค์จะ
นำเงินค่างวดของผู้เ้ช่าซื้อในงวดต่อมา มาหักชำระเงินดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ซื้อทราบเพื่อ
ให้นำเงินจำนวนนั้นมาชำระ ถ้าผู้ชำระเงินดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้เช่าซื้อผิดนัดชำระ
เงินงวดนั้นไม่ได้
ที่สำคัญถ้าผู้ให้เช่าซื้อจะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้นั้น จะทำได้ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดค่าเช่าซื้อรายงวด 3
งวด ติดๆกัน และผู้ให้เช่าซื้อมีหนังสือบอกกล่าวผู้เช่าซื้อให้ใช้เงินรางวดที่ค้างชำระนั้นภายในเวลาอย่างน้อย
30 วันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อละเลยไม่ปฏิบัติตาหนังสือบอกกล่าวนั้น
เมื่อผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาแล้ว และเข้าครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ให้เช่าซื้อ เพื่อนำออกขาย
ให้แก่บุคคลอื่น ก่อนขายให้บุคคลอื่น ผู้ให้เช่าซื้อต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อทราบเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 7
วัน เพื่อให้ผู้เช่าซื้อใช้สิทธิ์ซื้อได้ตามมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ
และในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ออกขาย หากได้ราคาเกินกว่ามูลหนี้ในส่วนที่ขาดอยู่
ตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะรับผิดส่วนที่ขาดนั้น เฉพาะกรณีการขาดโดยวิธีประมูลหรือขายทอดตลาดที่เหมาะ
สมเท่านั้น
ส่วนในกรณีที่ผู้เช่าซื้อมีความประสงค์จะขอชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวกัน โดยไม่ผ่อนชำระเช่าซื้อ
เป็นรายงวดตามสัญญาเช่าซื้อ เพื่อปิดบัญชีค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อในอัตราไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 50 ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ โดยให้คิดคำนวณตามแถลงการณ์มาตรฐานบัญชีของ
สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
แหล่งข้อมูลจาก www.one2car.com